ประเทศเมียนมาร์ หรือพม่า (MYANMAR)

ความเป็นมา
พม่าหรือ เมียนมา (พม่า: မြန်မာ, [mjəmà], มฺยะหฺม่า) มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า หรือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (พม่า: ပြည်ထောင်စု သမ္မတ မြန်မာနိုင်ငံတော်, [pjìdàuɴzṵ θàɴməda̯ mjəmà nàiɴŋàɴdɔ̀] ปหฺยี่เด่าง์ซุ ตัมมะดะ มฺยะหฺม่า ไหฺน่หฺงั่นด่อ) เป็นรัฐเอกราชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับอินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาว และไทย หนึ่งในสามของพรมแดนพม่าที่มีความยาว 1,930 กิโลเมตรเป็นแนวชายฝั่งตามอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน ด้วยพื้นที่ 676,578 ตารางกิโลเมตร ประเทศพม่าเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำมะโนของประเทศในปี 2557 เผยว่าประเทศพม่ามีประชากรน้อยกว่าที่คาดการณ์ โดยมีบันทึกประชากร 51 ล้านคน มีเมืองหลวง คือ กรุงเนปยีดอ และนครใหญ่สุด คือ ย่างกุ้ง
อารยธรรมช่วงต้นของประเทศพม่ามีนครรัฐปยูที่พูดภาษาตระกูลทิเบต-พม่าในพม่าตอนบน และราชอาณาจักรมอญในพม่าตอนล่าง ในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ชาวพม่าได้เข้าครอบครองบริเวณลุ่มแม่น้ำอิรวดีตอนบน และสถาปนาราชอาณาจักรพุกามในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1050 ภาษาและวัฒนธรรมพม่าพร้อมด้วยศาสนาพุทธนิกายเถรวาทค่อย ๆ ครอบงำในประเทศ อาณาจักรพุกามล่มสลายเพราะการบุกครองของมองโกลและรัฐหลายรัฐกำเนิดขึ้น ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ราชวงศ์ตองอูสร้างเอกภาพอีกครั้ง และช่วงสั้น ๆ เป็นจักรวรรรดิใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้[6] ต้นศตวรรษที่ 19 ราชวงศ์โกนบองได้ปกครองพื้นที่ประเทศพม่าและควบคุมมณีปุระและอัสสัมในช่วงสั้น ๆ ด้วย บริติชพิชิตพม่าหลังสงครามอังกฤษ-พม่าทั้งสามครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และประเทศกลายเป็นอาณานิคมบริติช ประเทศพม่าได้รับเอกราชใน ค.ศ. 1948 ช่วงต้นปกครองแบบชาติประชาธิปไตย และหลังรัฐประหารใน ค.ศ. 1962 เป็นการปกครองแบบเผด็จการทหาร แม้เผด็จการทหารสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 2011 แต่ผู้นำพรรคการเมืองส่วนใหญ่ยังเป็นอดีตนายทหาร
การแต่งกาย
ชุดประจำชาติของชาวพม่าเรียกว่า ลองยี (Longyi) เป็นผ้าโสร่งที่นุ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ผู้ชายจะใส่เสื้อเชิ้ตคอปกจีนแมนดารินและเสื้อคลุมไม่มีปก บางครั้งจะใส่ผ้าโพกศีรษะที่เรียกว่า
กอง บอง (Guang Baung)
ส่วนผู้หญิงพม่าจะใส่เสื้อติดกระดุมหน้าเรียกว่า ยินซี (Yinzi) หรือเสื้อติดกระดุมข้างเรียกว่า
ยินบอน (Yinbon) และใส่ผ้าคลุมไหล่ทับ
สถานที่ท่องเที่ยว
1.หาดฮาปาลี(Ngapali Beach) เมืองตั่งตแว รัฐยะไข่

ชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศพม่า และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ชายหาดแห่งนี้มีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นมหาสมุทร อินเดียได้อย่างชัดเจน ในบริเวณชายหาดมีโรงแรมและรีสอร์ทหลายแห่งไว้ คอยบริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้บริเวณชายหาดหาดฮาปาลียังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง สถานที่ที่คุณจะได้ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่และการทำประมงแบบดั้งเดิมของคนในท้องถิ่น
2. ภูเขาโปปา (Mount Popa)

หรือเรียกว่า มหาคีรีนัต ตั้งอยู่ห่างจากเมืองพุกามราว 50 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นภูเขาไฟ แต่ปัจจุบันได้ดับไปแล้ว มีความสูงประมาณ 1,518 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และบนยอดเขายังเป็นที่ตั้งของ “วัดตุง คาลัท” (Taung Kalat Temple) วัดพุทธที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของเมืองพุกาม แม้ยืนอยู่ที่ระยะไกลหลายสิบกิโลเมตรก็ยังสามารถมองเห็นยอดเจดีย์สีทองเหลืองอร่ามของวัดได้อย่างชัดเจน ภูมิทัศน์โดยรอบภูเขาไฟโปปา
3.ทะเลสาบอิเล (Inle Lake)

ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันสวยงามของรัฐฉาน ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนี่งของพม่า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสวยงามของวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบและแนวเขาที่อยู่รายรอบ อีกทั้งความแปลกของการพายเรือด้วยเท้า..ของชาวอินทา (In-Tha) “ลูกทะเลสาบ”..แห่งอินเล ซึ่งสร้างความแปลกตาแปลกใจต่อนักท่องเที่ยวต่างถิ่นผู้มาเยือน
อาหาร
1.หล่าเพ็ด (Lahpet)
หล่าเพ็ด (Lahpet) เป็นอาหารยอดนิยมของพม่า คือใบชาหมักทานกับเครื่องเคียง เช่น กระเทียมเจียว
ถั่วชนิดต่าง ๆ งาคั่ว กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว จัดว่าเป็นอาหารว่างคล้ายกับยำเมี่ยงบ้านเรานั่นเอง หล่าเพ็ดเป็นจานที่
ขาดไม่ได้ในโอกาสพิเศษหรือเทศกาลสำคัญ ๆ ว่ากันว่าไม่มีงานเลี้ยงหรืองานเฉลิมฉลองใดจะสมบูรณ์ได้หากไม่มี
อาหารยอดนิยมอย่างหล่าเพ็ด
2.ขนมจีนหยวกกล้วย

ขนมจีนหยวกกล้วย เลือกเอาหยวกกล้วยขยำน้ำให้หมดเมือก หั่นเป็นแว่น ๆ ต้มน้ำใส่ขมิ้น ใส่ข่า ใส่หอมแดง ผักเคียงประกอบด้วย ถั่วฝักยาวหั่นฝอย ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ
3.ขอค สเว

พม่าเรียกว่า ขอค สเว (Kaukshwe) ถ้าเป็นบะหมี่เรียกว่า คยิตอู ขอคสเว ก๋วยเตี๋ยวเรียกว่า ฮซ่าน ขอค สเว
4.โมฮิงยา

“โมฮิงยา (Mo Hin Ga)” คือขนมจีนน้ำยาที่ทำจากปลา ไม่มีกระทิ จะเรียกว่าน้ำยาป่าก็ได้ มีทานทุกภาค เรียกว่าเป็นอาหารประจำชาติก็ได้ ชาวพม่าจะทานในตอนกลางวัน ร้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นแผงลอย อยู่ตามข้างถนน บางทีก็ทานเป็นอาหารเช้าด้วย น้ำยาจะใช้ปลาน้ำจืดเป็นหลักพวก ปลาดุก ปลาช่อน ผักที่ใส่ในน้ำยาก็จะเป็น หยวกกล้วยและใช้พวกแป้งถั่ว (Chickpea floor) หรือ ข้าวคั่วเพื่อทำให้น้ำแกงข้น จากนั้นก็โรยหน้าด้วยถั่วเหลืองทอด ไข่ต้ม ปลาเส้นทอด ปลาท่องโก๋ ผักชี ปรุงรสด้วยพริกป่น และมะนาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น