ประเทศ กัมพูชา (Cambodia)

ความเป็นมา
ความรู้เกี่ยวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ของกัมพูชานั้นมีอยู่น้อยมาก แหล่งโบราณคดีเก่าแก่ที่สุดของกัมพูชาที่ค้นพบในปัจจุบัน คือ ถ้ำ แลง สแปน (Laang Spean) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเชื่อว่าผู้คนเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานกันเมื่อประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล และแหล่งโบราณคดีสำโรง เซน (Samrong Sen) ซึ่งเชื่อว่าเริ่มมีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อราว 230 ถึง 500 ปีก่อนคริสตกาลชาวกัมพูชาเริ่มรู้จักการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกข้าวได้ตั้งแต่เมื่อราว 2,000 ก่อนคริสตกาล สามารถทำเครื่องมือจากเหล็กได้ตั้งแต่ราว 600 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนหน้าที่อิทธิพลจากวัฒนธรรมอินเดียจะแผ่นเข้ามาถึงดินแดนแถบนี้ ในราวปีที่ 100 ก่อนคริสตกาล
หลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่าพื้นที่หลายส่วนของดินแดนประเทศกัมพูชาในปัจจุบันเริ่มมีผู้คนอาศัยอยู่ตั้งแต่เมื่อราวสหัสวรรษแรกและสหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล โดยจัดเป็นวัฒนธรรมยุคหินใหม่ ซึ่งผู้คนกลุ่มนี้อาจอพยพมาจากทางพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ในก่อนช่วงคริสต์ศตวรรษแรก ผู้คนในแถบได้มีวิวัฒนาการสู่การตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง มีการจัดโครงสร้างของสังคมอย่างเป็นระบบ ซึ่งทำให้สามารถพัฒนาทักษะวิทยาการต่าง ๆ ได้ก้าวหน้ากว่ายุคก่อน ๆ เป็นอย่างมาก กลุ่มที่มีพัฒนาการก้าวหน้าที่สุดอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่ง ที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง และบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง สามารถเพาะปลูกข้าวและเลี้ยงปศุสัตว์ได้ นักประวัติศาสตร์หลายคนมีความเห็นว่า ผู้คนกลุ่มนี้ได้ตั้งหลักแหล่งอาศัยก่อนหน้าผู้คนในประเทศเพื่อนบ้าน คือ เวียดนาม ไทย และลาว
ผู้คนกลุ่มนี้อาจจัดอยู่ในกลุ่มออสโตรเอเชียติก (Austroasiatic) หรืออย่างน้อยก็มีความสัมพันธ์กับบรรพบุรุษของมนุษย์กลุ่มดังกล่าว ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ทั่วไปในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาะแก่งต่าง ๆ ของมหาสมุทรแปซิฟิกในปัจจุบัน ผู้คนเหล่านี้มีความรู้ในงานโลหะ เช่นเหล็กและสำริด โดยเป็นเป็นทักษะที่คิดค้นขึ้นเอง งานวิจัยในปัจจุบันได้ค้นว่า ชาวกัมพูชาในยุคนี้สามารถปรับปรุงสภาพภูมิประเทศมาตั้งแต่ยุคหินใหม่ โดยปรากฏรูปแบบเป็นพื้นที่รูปวงกลมขนาดใหญ่
การแต่งกาย

ชุดประจำชาติของกัมพูชาคือ ซัมปอต (Sampot) หรือผ้านุ่งกัมพูชา ทอด้วยมือ มีทั้งแบบหลวม
และแบบพอดีคาดทับเสื้อบริเวณเอว ผ้าที่ใช้มักทำจากไหมหรือฝ้าย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน
ซัมปอตสำหรับผู้หญิงมีความคล้ายคลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย ทั้งนี้ ซัมปอดมีหลายแบบ
จะแตกต่างกันไปตามชนชั้นทางสังคมของชาวกัมพูชา ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันจะใช้วัสดุราคาไม่สูง ซึ่งจะส่งมา
จากประเทศญี่ปุ่นนิยมทำลวดลายตามขวาง ถ้าเป็นชนิดหรูหราจะทอด้ายเงินและด้ายทอง
สถานที่ท่องเที่ยว
1.ชายหาด Ochheuteal beach

บรรยากาศคล้ายๆกับชายหาดบางแสนของไทยมีอาหารทะเลสดๆให้เลือกรับประทาน มีเรือไว้บริการนักท่องเที่ยวไปเกาะและดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นและแวะเที่ยวชมเกาะอีกแห่งหนึ่งมีทรายขาวละเอียดทะเลสวยมากชื่อว่า เกาะ รง ซัน เล็ม และมีอุทยานแห่งชาติพนม โบโก อยู่ที่เมืองกัมปอต และมีรูปปั้น ยายเมา สร้างโดย ชาวฝรั่งเศส ถ้าท่านได้ไปจะเห็นมีหน้าตาปั้นแบบคนเขมรเลยทีเดียว
2. นครวัด Angkor wat

นครวัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลกมีขนาด 200,000 ตารางเมตร สูง 60 เมตร การก่อสร้างใช้แรงงานคนขนหินทรายจากเขา พนมกุเลน มาสร้างและเดินทางด้วยเท้าไกลถึง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาสร้าง รวม 100 ปี โดยช่างแกะสลัก 5000 คน กำแพงรอบนอกตัวปราสาทแกะสลักงดงาม บรรยายเกี่ยวกับเรื่องรามายณะ และที่แห่งนี้เป็นที่สะท้อนถึงความทะเยอทยานของมนุษย์ ที่มีความศรัทธาแรงกล้าต่อเทพเจ้า เวลาขึ้นชมจะเป็นช่วงสี่โมงเย็นเพื่อไปรอพระอาทิตย์ตกดิน เห็นเป็นแสงทองส่องระยิบระยับเหลืองอร่ามน่าตื่นตาตื่นใจ แก่นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพไว้ดู
ในนครวัดยังมีปราสาทหินทรายสีชมพู อยู่ห่างเมืองเสียมเรียบ 30 กิโลเมตร เป็นศิลปะการแกะสลักเล่าเรื่องรามเกียรติ์ ตำนานมหาภารตะของอินเดียงดงามอ่อนช้อยเลยทีเดียว และถูกขนานนามว่าเป็นปราสาทแห่งความรัก มาเที่ยวที่นี้ต้องเตรียมอาหาร น้ำ มาด้วยเพราะแม่ค้านำมาขายแพงมาก คนนิยมมาถ่ายรูป มีต้นไม้ยักษ์ปกคลุมรอบปราสาทเพื่อไม่ให้พังทลาย และโด่งดังเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง ทูมไรเดอร์ เจมส์บอนด์ และอีกหลายๆเรื่อง ภาพแกะสลักพระพักตร์เป็นหน้าของพระโพธิสัตว์อวโรกิเตศวรงดงามจริงๆเลย
3.ทะเลสาบ โตนเลสาป

มาเที่ยวเขมรมีทะเลสาบด้วยนะจะบอกให้ อยู่ห่างเมืองพนมเปญ 100 กว่ากิโลเมตร มีแหล่งปลาน้ำจืด คือปลาบึกจำนวนมาก ไฮไลท์ของที่นี้คือ มีเรือพานักท่องเที่ยวชมความงามของหมู่บ้านประมงและทัศนียภาพในตอนเช้าและตอนตะวันตกดิน ยามเย็นมีเรือนแพให้นักท่องเที่ยวได้พัก ทานอาหาร ซื้อของฝากที่ระลึกเป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่ขอแนะนำ ชาวบ้านแถวนี้มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย พลาดกันไม่ได้เลยทีเดียว
อาหาร
1.อาม็อก

อาม็อก (Amok) อาหารยอดนิยมของกัมพูชา ลักษณะคล้ายห่อหมกของไทย โดยมากแล้วนิยม
ปรุงเนื้อปลาลวกด้วยพริกเครื่องแกงและกะทิ แล้วทำให้สุกโดยการนำไปนึ่ง บางตำรับอาจใช้เนื้อไก่หรือ
หอยแทน สาเหตุหนึ่งที่คนในประเทศนี้นิยมรับประทานปลา เพราะเป็นอาหารที่หาได้ง่าย เนื่องจากสภาพ
ภูมิประเทศที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง
2. คอร์

คอร์ (เขมร: ខ ឬសម្លខ) หรือ คอโตะ (เวียดนาม: kho tộ) เป็นอาหารกัมพูชาและอาหารเวียดนามประเภทต้มเค็ม เพิ่มการปรุงรสด้วยน้ำตาลที่เคี่ยวให้ข้นเป็นคาราเมล อาหารนี้เป็นอาหารที่พบมากในเวียดนามตอนใต้และกัมพูชา การใส่คาราเมลลงในอาหารนี้ได้รับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศส นิยมต้มกับปลาหลายชนิด เช่น ปลาทับทิม ปลาหมอ ปลาช่อน หรือจะเป็นปลาทะเลเช่นปลาอินทรีก็ได้ การปรุงจะนำปลาหั่นเป็นชิ้นหมักกับน้ำปลา น้ำตาล กระเทียม นำไปต้มกับหมูสามชั้นที่รองก้นหม้อ ใส่ขิง ใส่น้ำพอท่วมปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลไหม้ พริกไทย
3.กุยเตียว

กุยเตียว (គុយទាវ) ในภาษาเขมร กุยเตียวหมายถึงจานและเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ทำจากข้าว อาหารชนิดที่เป็นก๋วยเตี๋ยวใส่น้ำซุปหมู เป็นอาหารเข้าที่เป็นที่นิยมในกัมพูชา ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน กินกับผักกาดหอม ถั่วงอก พริกไทยดำ น้ำมะนาว กระเทียมเจียว กุยเตียวในแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกัน โดยต่างที่องค์ประกอบของน้ำซุปหรือสิ่งที่ใส่ลงในกุยเตียว กุยเตียวแบบพนมเปญเป็นที่นิยมแพร่หลาย โดยส่วนประกอบในกุยเตียวจะมีเนื้อหมู หมูสับ เลือดหมูก้อน เครื่องในหมู เช่น ลำไส้ หัวใจ ตับ ปอด เป็ดย่าง กุ้งน้ำจืด ลูกชิ้นปลา หมึก กุยเตียวสมัยใหม่จะมีที่ใส่ไก่ เนื้อวัวหรืออาหารทะเล
4.เพลียะห์ซัจโก

เพลียะห์ซัจโก (ភ្លាសាច់គោ) เป็นสลัดเนื้อวัว ที่กินกับน้ำมะนาวและปลาร้า ใส่หัวหอม ถั่วลิสงอบ ใบสะระแหน่ โหระพา เป็นอาหารที่นิยมในงานแต่งงานและงานฉลองโอกาสอื่น ๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น