ประเทศไทย (Thailand)

ความเป็นมา
ประเทศไทย มีชื่ออย่างเป็นทางราชการว่า ราชอาณาจักรไทย เป็นรัฐชาติอันตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดิมมีชื่อว่า "สยาม" รัฐบาลประกาศเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2482 ประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก มีเนื้อที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร[7] และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก คือ ประมาณ 66 ล้านคน กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดินและนครใหญ่สุดของประเทศ และการปกครองส่วนภูมิภาค จัดระเบียบเป็น 76 จังหวัด[8] แม้จะมีการสถาปนาระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยระบบรัฐสภาในปี 2475 แต่กองทัพยังมีบทบาทในการเมืองไทยสูง ล่าสุด เกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และมีการปกครองแบบเผด็จการทหารนับแต่นั้น
พบหลักฐานการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องในอาณาเขตประเทศไทยปัจจุบันตั้งแต่ 20,000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวไทเริ่มอพยพเข้าสู่บริเวณนี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 แล้วเข้ามาตั้งแว่นแคว้นต่าง ๆ ที่สำคัญได้แก่ อาณาจักรสุโขทัย อาณาจักรล้านนาและอาณาจักรอยุธยา นักประวัติศาสตร์มักถือว่าอาณาจักรสุโขทัยเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ไทย ต่อมาอาณาจักรอยุธยาค่อย ๆ เรืองอำนาจมากขึ้นจนเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 การติดต่อกับชาติตะวันตกเริ่มด้วยผู้แทนทางทูตชาวโปรตุเกสในปี 2054 อาณาจักรรุ่งเรืองอย่างมากในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ปี 2199–2231) แต่หลังจากนั้นค่อย ๆ เสื่อมอำนาจโดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการผลัดแผ่นดินที่มีการนองเลือดหลายรัชกาล จนสุดท้ายกรุงศรีอยุธยาถูกทำลายสิ้นเชิงในปี 2310 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงรวบรวมแผ่นดินที่แตกออกเป็นก๊กต่าง ๆ และสถาปนาอาณาจักรธนบุรีที่มีอายุ 15 ปี ความวุ่นวายในช่วงปลายอาณาจักรนำไปสู่การสำเร็จโทษพระองค์โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
การแต่งกาย

สำหรับชุดประจำชาติอย่างเป็นทางการของไทย รู้จักกันในนามว่า "ชุดไทยพระราชนิยม"
โดยชุดประจำชาติสำหรับสุภาพบุรุษจะเรียกว่า "เสื้อพระราชทาน" สำหรับสุภาพสตรีจะเป็นชุดไทย
ที่ประกอบด้วยสไบเฉียง ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาด
ส่วนท่อนบนเป็นสไบ จะเย็บให้ติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกันหรือ จะมีผ้าสไบห่มต่างหากก็ได้ เปิดบ่าข้างหนึ่ง
ชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวตามที่เห็นสมควรความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าการเย็บและรูปทรง
ของผู้ที่สวม ใช้เครื่องประดับได้
สถานที่ท่องเที่ยว
1.เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง
นักท่องเที่ยวชาวไทย ยังคงหวั่นกลัวจากเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันดิบ ได้รั่วไหลลงบริเวณทะเล ในจังหวัดระยอง ทำให้ใครหลายคนไม่กล้าที่จะไปเที่ยวที่เกาะเสม็ดกัน อยากจะบอกว่า ทุกวันนี้ เกาะเสม็ด ได้กลับมาใสสะอาด น้ำน่าเล่นแล้วนะ และยังได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิม คือ คนไทย ที่ยังไม่มาเที่ยวกันมากขึ้นนั้นเอง!
2.ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
ทองผาภูมิ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ป่าไม้ ทุ่งหญ้า หุบเขา และแหล่งน้ำสำคัญ นอกจากธรรมชาติสมบูรณ์แล้ว ยังอากาศดีอีกด้วย ยิ่งช่วงหน้าหนาวไม่ต้องบอกเลยว่า “ทองผาภูมิ มันหนาวมาก” โดยมี เหมืองปิล๊อก จุดแลนด์มาร์คของที่นี่ ที่ทุกคนไม่ควรพลาดมาเยือน!
3.อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร
หลังจากที่มีกระแสต่อต้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ นับวันทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะอยากรู้ว่า ที่แห่งนี้มีความสำคัญอย่างไร? และธรรมชาติที่สมบูรณ์ก็ชวนให้เหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ ต้องเก็บกระเป๋าไปเที่ยวแล้วล่ะซิ…
อาหารประจำชาติ
1.ต้มยำ กุ้ง (Tom Yam Goong)

ต้มยำกุ้ง เป็นอาหารประเภทแกง เป็นอาหารคาวที่รับประทานกับข้าวสวย รับประทานกันทั่วทุกภาค
ในประเทศเน้นรสชาติเปรี้ยวและเผ็ดเป็นหลัก จะออกเค็มและหวานเล็กน้อย ชาวต่างชาติ จะรู้จักต้มยำ
ในรูปของต้มยำกุ้งมากกว่าต้มยำชนิดอื่น ๆ โดยต้มยำจะใส่เนื้อสัตว์อะไรก็ได้ เช่น กุ้ง หมู ไก่ ปลา หัวปลา
หรือจะไม่ใส่เนื้อสัตว์เลยก็ได้ ผักที่นิยมใส่มากที่สุดในต้มยำ ได้แก่ ใบมะกรูด ตะไคร้ ข่า พริก ผักอื่น ๆ
ที่นิยมใส่รองลงมาได้แก่ มะเขือเทศ เห็ดหูหนู เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า หัวปลี ใบผักชี ส่วนเครื่องปรุงที่จำ
เป็นต้องใส่คือ มะนาว น้ำปลา น้ำตาล น้ำพริกเผา
2.ส้มตำ

ส้มตำ เป็นอาหารคาวของไทยอย่างหนึ่ง มีต้นกำเนิดไม่แน่ชัดโดยน่าจะมาจาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยและ ประเทศลาว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น