ประเทศมาเลเซีย (MALAYSIA)

ความเป็นมา
มาเลเซีย (มาเลเซีย: Malaysia) เป็นประเทศสหพันธรัฐราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยรัฐ 13 รัฐ และดินแดนสหพันธ์ 3 ดินแดน และมีเนื้อที่รวม 330,803 ตารางกิโลเมตร (127,720 ตารางไมล์) โดยมีทะเลจีนใต้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกัน ได้แก่ มาเลเซียตะวันตกและมาเลเซียตะวันออก มาเลเซียตะวันตกมีพรมแดนทางบกและทางทะเลร่วมกับไทย และมีพรมแดนทางทะเลร่วมกับสิงคโปร์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย มาเลเซียตะวันออกมีพรมแดนทางบกและทางทะเลร่วมกับบรูไนและอินโดนีเซีย และมีพรมแดนทางทะเลกับร่วมฟิลิปปินส์และเวียดนาม เมืองหลวงของประเทศคือกัวลาลัมเปอร์ ในขณะที่ปูตราจายาเป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลาง ด้วยประชากรจำนวนกว่า 30 ล้านคน มาเลเซียจึงเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 42 ของโลก ตันจุงปีไอ (Tanjung Piai) จุดใต้สุดของแผ่นดินใหญ่ทวีปยูเรเชียอยู่ในมาเลเซีย มาเลเซียเป็นประเทศในเขตร้อน และเป็นหนึ่งใน 17 ประเทศของโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยิ่ง (megadiverse country) โดยมีชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นเป็นจำนวนมาก
มาเลเซียมีต้นกำเนิดมาจากอาณาจักรมลายูหลายอาณาจักรที่ปรากฏในพื้นที่ แต่ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 24 เป็นต้นมา อาณาจักรเหล่านั้นก็ทยอยขึ้นตรงต่อจักรวรรดิบริเตน โดยอาณานิคมกลุ่มแรกของบริเตนมีชื่อเรียกรวมกันว่านิคมช่องแคบ ส่วนอาณาจักรมลายูที่เหลือกลายเป็นรัฐในอารักขาของบริเตนในเวลาต่อมา ดินแดนทั้งหมดในมาเลเซียตะวันตกรวมตัวกันเป็นครั้งแรกในฐานะสหภาพมาลายาในปี พ.ศ. 2489 มาลายาถูกปรับโครงสร้างเป็นสหพันธรัฐมาลายาในปี พ.ศ. 2491 และได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2500 มาลายารวมกับบอร์เนียวเหนือ ซาราวัก และสิงคโปร์เป็นมาเลเซียเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2506 แต่ไม่ถึงสองปีถัดมา คือในปี พ.ศ. 2508 สิงคโปร์ก็ถูกขับออกจากสหพันธ์
การแต่งกาย

สำหรับชุดประจำชาติมาเลเซียของผู้ชาย เรียกว่า บาจู มลายู (Baju Melayu) ประกอบด้วยเสื้อแขนยาวและ
กางเกงขายาวที่ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือโพลีเอสเตอร์ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้าย ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า
บาจูกุรุง (Baju Kurung) ประกอบด้วยเสื้อคลุมแขนยาว และกระโปรงยาว
สถานที่ท่องเที่ยว
1. อุทยานแห่งชาติกูนุงมูลู (Gunung Mulu National Park)

คงไม่เกินจริงเลยสักนิดหากจะบอกว่าอุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู รัฐซาราวัก คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่งดงามที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยหินปูนที่เรียงรายเป็นรูปแปลกตาสวยงามราวกับงานศิลปะ ทว่าเกิดขึ้นมาจากฝีมือของธรรมชาติล้วน ๆ รวมทั้งถ้ำซาราวัก ถ้ำใต้ดินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใหญ่พอจะสามารถใช้จุเครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 40 ลำได้สบาย ๆ
2. ลังกาวี (Langkawi)

ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศมาเลเซีย บริเวณทะเลอันดามัน คือที่ตั้งของหมู่เกาะลังกาวี ที่ประกอบไปด้วยเกาะมากถึง 99 เกาะ ซึ่งอวดโฉมความงดงามตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นชายหาด ป่าฝน ป่าชายเลน และภูเขา โดยปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรมและร้านอาหารไปเปิดมากขึ้นแล้ว ช่วยให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงโคจรเลยทีเดียว
3. ทามาน เนการา (Taman Negara)

ที่แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นป่าฝนเขตร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ดังนั้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ที่ได้รับการดูแลมาเป็นเวลาช้านานคงเชื่อถือได้แน่ ๆ ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยพืชหายากนานาพรรณ และสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด รวมไปถึงเสือมาลายัน ช้างเอเชีย และกระซู่ ทำให้ ทามาน เนการา เป็นสถานที่โปรดของคนรักการผจญภัยใกล้ชิดกับสัตว์ป่า
อาหาร
1.ฮากกาหมี่

พอทุกคนนึกถึงประเทศมาเลเซียอาจนึกถึงแต่อาหารมุสลิมมากกว่า แต่อันที่จริงแล้วประเทศมาเลเซียมีประชากรเชื้อสายจีนถึงหลักล้านคน ทำให้ร้านอาหารจีนที่ประเทศมาเลเซียมีจำนวนมาก ไม่ต่างจากร้านอาหารทั่วไปเลยทีเดียว ซึ่งร้านแรกที่เราจะแนะนำนี้ได้รับคำแนะนำมาจาก jouney-list.com ว่ามีเมนูเด็ดคือฮากกาหมี่และหมูชาชู โดยฮากกาหมี่นั้นเป็นเส้นบะหมี่แบนเหมือนที่ขายอยู่ในประเทศไทย แต่ผสมด้วยเกร็ดหมูกรอบ กระเทียมเจียว และซุปขลุกขลิก มีความหอมนุ่ม อร่อยและลงตัวมากขึ้นเมื่อรับประทานกับหมูชาชูตำหรับพิเศษของทางร้าน ซึ่งหาทานที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
2.ข้าวมันไก่

ถ้าพูดถึงข้าวมันไก่ ชื่อของประเทศสิงคโปร์อาจนำมาก่อน แต่อันที่จริงประเทศมาเลเซียนั้น น้อยคนที่จะรู้ว่าสูตรของข้าวมันไก่ แทบไม่ได้ต่างไปจากประเทศสิงคโปร์เลย หลายๆ ร้านพบว่ามีรสชาติที่เด็ดดวงกว่าสิงคโปร์ด้วยซ้ำ อย่างเช่นร้านข้าวมันไก่ Satellite ที่ไก่มีความนุ่ม ข้าวมีความหอมมันไก่ ซึ่งขอบอกเลยว่ารสชาติมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก และเมื่อรวมกับน้ำจิ้มก็อาจทำให้หลายๆ คนเปลี่ยนใจมาหาข้าวมันไก่รับประทานที่ประเทศนี้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
3.สะเต๊ะ

ชื่อของสะเต๊ะ คนไทยอาจจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่หากได้มาลองชิมสะเต๊ะและของปิ้งย่างที่นี่ คุณอาจเปลี่ยนความคิด เพราะสะเต๊ะที่นี่นั้นมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากสะเต๊ะในประเทศไทย อีกทั้งยังมีความอร่อยแบบกำลังดีอีกด้วย โดยสามารถเลือกจิ้มได้กับซอสหลากหลายประเภท ตั้งแต่ซอสหวาน ซอสเผ็ด และน้ำจิ้มสะเต๊ะ
4.โรตี จาไน

เรียกได้ว่าไม่ต้องไปไกลถึงอินเดีย ก็สามารถกินอาหารอินเดียแบบต้นตำหรับได้ที่ย่าน Brickfield ของมาเลเซีย โดยบริเวณนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าย่านลิตเติลอินเดีย เพราะเป็นแหล่งชุมชนและร้านค้าของชาวอินเดียจำนวนมาก แน่นอนว่าอาหารประจำถิ่นที่สำคัญของย่านนี้ก็คืออาหารอินเดียนั่นเอง โดยเมนูเด็ดที่เรียกได้ว่ามีขายทุกร้านเลยก็คือ โรตีจาไน หรือโรตีราดแกงนั่นเองโดยตัวโรตีจาไนนี้ จะมีลักษณะเป็นแป้งกรอบ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น